กษิต ไม่พ้นตำแหน่งเหตุสั่งเร่งรัดคดี ทักษิณ

ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้นายกษิตไม่จำเป็นต้องพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการต่างประเทศ‏

นาย ชัช ชลวร ประธานศาลรัฐธรรมนูญได้ออกนั่งบัลลังค์ โดยมีนายจรัล ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยชี้ขาดคำร้องของนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สว. สรรหา ที่ทำหนังสือถึงประธานวุฒิสภาให้ส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยการ สิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรีของนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ว่าอาจกระทำการต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 182 วรรคหนึ่ง(7) และวรรคสาม มาตรา 266 (1) และมาตรา 268 หรือไม่ กรณีทำหนังสือเสนอแนวทางการทำงานในหน้าที่ราชการไปยังนายกรัฐมนตรี โดยมีเนื้อหาบางส่วนมีลักษณะเป็นการกระทำที่เข้าข่ายก้าวก่ายและแทรกแซงการ พิจารณาคดีต่างๆ โดยเฉพาะกรณีเสนอให้มีการเร่งรัดการพิจารณาคดีของพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่อยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณา ซึ่งเป็นลักษณะการใช้อำนาจหน้าที่ฝ่ายบริหารก้าวก่ายแทรกแซงการทำหน้าของ ฝ่ายตุลาการ

โดยนายจรัลระบุว่า แม้รัฐธรรมนูญปี 50 จะมีบทบัญญัติในการห้าม สส.และสว.ใช้อำนาจหน้าที่ในการแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการเพื่อ ประโยชน์ส่วนตัวหรือบุคคลอื่น แต่กรณีของนายกษิต ถือเป็นการดำเนินการในตำแหน่งหน้าที่ของรัฐมนตรีที่มีข้อยกเว้นไว้ตามพระราช บัญญัติปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม ในเสนอแนะแนวทางการบริหารราชการต่อนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศมีหน้าที่ในการดูแลเรื่องความสัมพันธ์ระหว่าง ประเทศ ซึ่งในขณะนั้นไทยกำลังมีข้อพิพาทกับประเทศกัมพูชา จึงถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ที่ตามกฏหมาย ไม่ได้เป็นการแทรกแซงหรือก้าวก่ายการทำหน้าที่ของตุลาการ เพราะตามรัฐธรรมนูญให้อำนาจตุลาการสามารถวิจิฉัยได้โดยอิสระ ดังนั้นนายกษิตจึงไม่ได้กระทำการก้าวก่ายหรือแทรกแซงตามที่ถูกกล่าวหา ศาลรัฐธรรมนูญจึงวินิจฉัยให้นายกษิตไม่จำเป็นต้องพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่า การกระทรวงการต่างประเทศ

อย่างไรก็ตามในวันนี้นายกษิต ไม่ได้เดินทางมารับฟังด้วยตนเอง แต่ได้ส่งตัวแทนมารับฟังคำตัดสินแทน ขณะที่นายเรืองไกร ในฐานะผู้ร้องได้เดินทางมารับฟังคำวินิจฉัยด้วยตนเอง

Content by VoiceTV

12 พฤษภาคม 2553 เวลา 12:09 น.