“จตุพร”ปัดเลขารมว.เป็นแตงโมเล็งขยับ 17เม.ย. “เสธ.แดง”เย้ยกองทัพแต๋วแตก เสื้อแดงหิ้วบะหมี่เยี่ยมนายกฯ “จตุพร” ปัดเลขาฯรมว.กห.เป็นแตงโม เตรียมขยับ 17 เม.ย. “เสธ.แดง” โผล่เย้ยกองทัพแต๋วแตก สาวเสื้อแดงหิ้วบะหมี่เยี่ยมนายกฯ เล็งแจ้งความนายกฯสั่งฆ่าปชช.

เล็งแจ้ง ความนายกฯสั่งฆ่าปชช.

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. กล่าวเมื่อวันที่ 15 เมษายน ถึงการจัดการกับศพของคนเสื้อแดงที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ 10 เมษายน ว่า เดิมได้นำศพของผู้เสียชีวิตส่งกลับภูมิลำเนาไปแล้วส่วนหนึ่ง แต่ตอนนี้ฝ่ายกฎหมายได้ประสานงานกับทุกส่วนเพื่อขอให้ระงับการฌาปนกิจไว้ ก่อน รวมทั้งศพที่จะฌาปนกิจที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยด้วย เนื่องจากเห็นว่าแม้ว่าจะพิสูจน์ศพ ยืนยันสาเหตุการเสียชีวิต และบุคคลที่เสียชีวิตแล้ว แต่เมื่อกลายเป็นคดีฆาตกรรม ต้องชันสูตรพลิกศพตามประมวลกฎหมายอาญา ดังนั้นจึงเห็นว่าควรรอให้กระบวนการทางกฎหมายเสร็จสิ้นเสียก่อนจึงจะมีการ ฌาปนกิจ นอกจากนี้ ทางทีมงานกฎหมายได้ประสานงานกับผู้เสียหาย ทั้งญาติผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ ให้ไปแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่สั่งการและผู้ลงมือ ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พยายามฆ่า และทำร้ายร่างกาย ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นคดีอาญา มีอายุความถึง 20 ปี


“ตำรวจต้องดำเนินการตามกฎหมาย ต้องสืบพยานแวดล้อม สอบปากคำพยานทั้งหมด เพราะเป็นเรื่องใหญ่ จะมีคดีความกว่า 900 คดี เนื่องจากทุกเหตุการณ์ต่างกรรมต่างวาระ จึงขอเตือน พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย ต้องเรียกนายอภิสิทธิ์มาสอบปากคำในฐานะผู้สั่งการ อย่ารับใช้นักการเมือง ไม่เช่นนั้น พล.ต.ต.อำนวยจะไม่มีแผ่นดินอยู่เสียเอง” นายจตุพรกล่าว และว่า ตรวจสอบไม่ยาก เพียงเอาบาดแผลของผู้เสียชีวิตมาเทียบกับอาวุธที่ก่อเหตุก็ชัดเจนอยู่แล้ว


ปัดเลขาฯรมว.กห.เป็น แตงโม

ผู้สื่อข่าวถามว่า การกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐดังกล่าวอยู่ระหว่างการประกาศใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ทำให้ผู้สั่งการและผู้ลงมือไม่ต้องรับผิดทางกฎหมาย นายจตุพรกล่าวว่า ใน พ.ร.ก.บ.ฉุกเฉิน ไม่มีข้อไหนระบุให้ฆ่าคนได้ อีกทั้งการสั่งการให้เข้าปราบปรามในเวลากลางคืนก็สะท้อนเจตนาชัดเจนแล้วว่า ต้องการอะไรที่มากไปกว่าการสลายการชุมนุม จึงต้องมีคนรับผิดชอบ เพราะทุกอย่างไปตามแผนที่ฝ่ายทหารวางไว้ แล้วตนเคยเอาข้อมูลมาเปิดเผยถึงการตั้งกำลังในจุดที่โรงเรียนสตรีวิทยา ซึ่งก็เป็นไปตามนั้นทุกอย่าง


เมื่อถามว่า มีการระบุว่า พล.อ.นพดล อินทรปัญญา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นนายทหารแตงโม ที่คอยให้ข้อมูลกับกลุ่ม นปช. นายจตุพรกล่าวว่า ไม่ใช่ แต่ต้องยอมรับว่าขณะนี้ในกองทัพก็มีคนที่ไม่พอใจทหารด้วยกัน และพร้อมที่จะนำข้อมูลออกมาเปิดเผย


เสื้อแดงเตรียม ขยับ17เม.ย.

เมื่อเวลา 18.00 น. ที่เวทีราชประสงค์ แกนนำเสื้อแดงแถลงข่าวภายหลังหารือกว่า 1 ชั่วโมง นายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำคนเสื้อแดง กล่าวว่า หลังจากที่รัฐบาลปิดช่องทางการสื่อสารของคนเสื้อแดง และใช้สื่อของรัฐทำลายความเชื่อถือ สร้างภาพลักษณ์ไม่ดีต่อคนเสื้อแดง จึงมีความจำเป็นต้องดำเนินคดีกับโทรทัศน์สาธารณะทุกช่องที่เผยแพร่ข่าวที่ เป็นภาพและเสียงที่ทำให้คนเสื้อแดงเสียหาย และจะแจ้งความดำเนินคดีกับ พ.อ.สรรเสริฐ แก้วกำเนิด โฆษก ศอฉ. และนายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกฯ เพราะทั้งสองพยายามออกอากาศพูดจาในเรื่องที่ยังไม่มีการพิสูจน์ว่าเหตุที่ เกิดขึ้นเป็นความผิดของใคร พยายามกล่าวหาว่าเป็นฝีมือของคนเสื้อแดง


“รัฐบาลนี้กำลังซ้ำรอย 6 ตุลา 19 พยายามสร้างสงครามกลางเมือง โดยที่รัฐบาลที่เลวที่สุดของโลกยังไม่มีใครทำ และมีผู้พยายามเจรจาวิ่งเต้นให้มีการเจรจารอบ 3 เกิดขึ้น แต่รัฐบาลไม่นำพา ขอยืนยันว่าคนเสื้อแดงจะอยู่จนกว่าจะยุบสภา ในวันที่ 17 เมษายน ทางคนเสื้อแดงจะมีกิจกรรมครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง” นายวีระกล่าว


สาวบุกเดี่ยวด่าม็อบ หวิดโดนรุม

สำหรับบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่ม นปช.ที่บริเวณแยกราชประสงค์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้ามีผู้ชุมนุมค่อนข้างบางตา โดยกลุ่มผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ยังคงปักหลักกันอยู่หน้าเวที ขณะที่บางส่วนพักผ่อนกันอยู่ตามที่พัก และร่มไม้ของอาคารที่ตั้งอยู่บริเวณโดยรอบ ทั้งนี้กลุ่มผู้ชุมนุมที่มาจากสะพานผ่านฟ้าลีลาศต่างกระจายกันสร้างที่พัก และหุงหาอาหาร โดยที่พักของคนเสื้อแดงนั้นยาวไปตามถนนพระรามที่ 1 ไปจนถึงสี่แยกปทุมวัน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเวลา 09.20 น. มีผู้หญิงอายุราว 30 ปี เดินเข้าไปบริเวณใกล้เวทีปราศรัย พร้อมตะโกนโวยวายต่อว่ากลุ่มผู้ชุมนุมว่า ทำไมจึงมาตั้งเต๊นท์บริเวณราชประสงค์ เพราะทำให้ประชาชนเดือดร้อนวุ่นวาย ผู้ชุมนุมที่ได้ยินพร้อมใจกันโห่ไล่ จากนั้นการ์ด นปช. จึงเดินเข้าไปประกบหญิงคนดังกล่าว เพราะเกรงว่าจะถูกผู้ชุมนุมทำร้ายร่างกาย และพาหญิงคนดังกล่าวออกไปหลบที่โรงแรมเพรสซิเดนท์ ซึ่งในระหว่างนั้นมีคนเสื้อแดงคนหนึ่งถือไม้เดินไล่ตาม พร้อมทั้งตะโกนขู่ว่า อย่าออกมาอีก ทำให้การ์ด นปช.ต้องรีบตัวเข้าไปหลบในโรงแรมทันที


เมื่อเวลา 09.40 น. ชายคนหนึ่งอายุประมาณ 60 ปี เกิดเป็นลมชักขึ้น โดยเจ้าหน้าที่ศูนย์พยาบาลได้เข้าตรวจดูอาการ พบว่าขยับแขนข้างขวาไม่ได้ ซึ่งแพทย์ประจำหน่วยจึงได้สัณนิษฐานว่าอาจป่วยเป็นโรคหัวใจตีบเฉียบพลัน จึงนำตัวเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากย้ายผู้ชุมนุมมาร่วมกันที่เวทีราชประสงค์ ทำให้แกนนำมารวมตัวกันที่เวทีราชประสงค์ทุกคน ทำให้ต้องปรับแผนรักษาความปลอดภัยให้กับแกนนำใหม่ โดยนำรั้วเหล็กมาล้อม 2 ชั้นรอบเวที ขณะที่มีการกันพื้นที่ให้แกนนำนั่งเฉพาะตรงกลางบริเวณด้านหลังเวทีเท่านั้น พร้อมทั้งกั้นรั้วเหล็กอีกชั้น


เพิ่มการ์ดตั้งด่าน ตรวจ 3 ชั้น

สำหรับบรรยากาศในช่วงบ่าย ซึ่งอากาศเริ่มร้อนจัด แต่ผู้ชุมนุมยังคงปักหลักฟังการปราศรัย โดยมีบางส่วนเล่นสงกรานต์กันโดยใช้ปืนฉีดน้ำ และน้ำจากขวดน้ำดื่มสาดกันอย่างสนุกสนาน อย่างไรก็ตาม น่าสังเกตว่าแกนนำหลักของคนเสื้อแดงไม่ได้พักอยู่บริเวณด้านหลังเวทีแต่ อย่างใด ทั้งนี้บรรดากลุ่มผู้ชุมนุมได้เริ่มนำเต๊นท์จากบริเวณสะพายผ่านฟ้าลีลาศ มาตั้งบังแดดเพิ่มเติมบริเวณแยกราชประสงค์จนเต็มพื้นที่ถนนทำให้การจราจรถูก ปิดโดยอัตโนมัติ


ด้านนายอารีย์ ไกรนรา หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัย นปช.กล่าวว่า ขณะนี้มีการรักษาความปลอดภัยให้แกนนำเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเพิ่มจำนวนการ์ดให้มากอีกเท่าตัว ซึ่งบริเวณสี่แยกเพลินจิต แยกราชดำริ แยกมาบุญครอง และแยกประตูน้ำ มีการตั้งด้านตรวจสกัดจุดละ 3 ชั้น พร้อมทั้งติดสปอร์ตไลต์จากบริเวณหน้าเวที ที่จะส่องไปยังอาคารสูง เพื่อตรวจสอบจุดผิดสังเกต พร้อมทั้งขอความร่วมมือเจ้าของอาคารไม่ให้มีผู้เข้าไปในตัวอาคารอย่างเด็ด ขาด รวมทั้งติดไฟส่องบริเวณตรอกซอกซอยต่างๆ ด้วย


สาวเสื้อแดงหิ้ว บะหมี่เยี่ยมนายกฯ

เมื่อเวลา 12.00 น. วันเดียวกัน น.ส.ฉันทิสา โรจนภิมุข สมาชิกกลุ่มคนเสื้อแดง พร้อมด้วยเพื่อนชายขี่รถจักรยานยนต์มายัง ร.11 รอ. โดยอ้างว่า ได้รับมอบหมายจากนายณัฐวุฒิให้นำบะหมี่หมูแดง น้ำดื่ม กาแฟกระป๋อง และจดหมายที่มีข้อความว่า”ให้นายกฯ กินกันตายเพื่อรอยุบสภา ชดใช้กรรมในฐานะฆาตกร” มามอบให้แก่นายอภิสิทธิ์ ซึ่งกับดานอยู่ภายใน ร.11 รอ. เป็นวันที่ 5 อย่างไรก็ตาม ไม่มีแกนนำรัฐบาล หรือนายทหารชั้นผู้ใหญ่ให้ความสนใจ หรือออกมาสังเกตการณ์แต่อย่างใด โดยสาวเสื้อแดงมอบสิ่งของทั้งหมดผ่านทางเจ้าหน้าที่ทหารชั้นประทวนที่ยืน ประจำการอยู่บริเวณประตูเข้า-ออก ร.11 รอ. ถนนพหลโยธิน โดยใช้เวลาไม่ถึง 3 นาที ทั้งนี้ก่อนเดินทางกลับ ตำรวจ สน.บางเขน ที่มาอารักขาความปลอดภัยด้านหน้า ร.11 รอ. สอบถามชื่อและรายละเอียดต่างๆ เพื่อบันทึกไว้เป็นหลักฐานด้วย


“เสธ.แดง” โผล่เย้ยกองทัพแต๋วแตก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.45 น. พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก เดินทางมาให้กำลังใจกลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน พร้อมให้ถ่ายรูปคู่และแจกลายเซ็นให้กับกลุ่มผู้ชุมนุมที่ชื่นชอบ พร้อมให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีข่าวว่า ศอฉ.จะสลายการชุมนุมที่สี่แยกราชประสงค์ว่า รัฐบาลคงไม่กล้าดำเนินการ เพราะกองทัพขณะนี้เป็นกองทัพแต๋วแตก เห็นได้จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 เมษายนว่า กองทัพถูกตีแตกพ่ายไปเรียบร้อย ทั้งที่สั่งกำลัง 3 กองพล มาปฏิบัติการที่หน้าโรงเรียนสตรีวิทยา และเชิงสะพานปิ่นเกล้า แต่กลับถูกกองกำลังไม่ทราบฝ่ายตีแตกไป

พล.ต.ขัตติยะกล่าวว่า ส่วนกองกำลังชุดดำที่ ศอฉ.ระบุว่า ถือปืนอาก้านั้น เชื่อว่าเป็นคนของรัฐบาลแน่นอน ที่แกนนำออกมาบอกว่าเป็นการ์ดของ นปช. เป็นเพราะแกนนำทั้ง 3 คนไม่รู้เรื่อง แต่ไม่อยากพูดมาก เพราะตนมีหน้าที่ดูแลกองทัพประชาชน และดูแลไม่ให้กลุ่ม นปช.ติดอาวุธเท่านั้น ส่วนคนเสื้อดำที่เป็นคนของรัฐบาล ก็ถือปืนถ่ายรูปเพื่อให้เป็นข่าว จากนั้นจึงมีคนก่อการโดยใช้พลซุ่มยิงหรือสไนเปอร์ ยิงชายคนที่ถือธงก่อน จากนั้นกลุ่มทหารจึงยิงเอ็ม 16 เข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุม จนมีกองกำลังไม่ทราบฝ่ายออกมาช่วยคนเสื้อแดง