นิวยอร์คไทมส์: ความรับผิดชอบการสลายมวลชนเดือนเมษาที่อาจทำให้ ข้อตกลงไม่เป็นที่ยุติ

วันพุธ 12 พฤษภาคม 2010

by chapter 11

Thai Protesters Refuse to Disband, Putting Deal in Peril
May 12, 2010
ที่มา – siamintelligence

ข้อตกลงในการรักษาหน้าเพื่อหาทางยุติการประท้วง นานสองเดือนในกรุงเทพ ดูจะห่างไกลความจริงเมื่อผู้ประท้วงฝ่ายต่อต้านรัฐบาลยืนยันจุดยืนข้อตกลง บางส่วนของพวกเขา ในขณะที่นายกรัฐมนตรีข่มขู่ว่าจะใช้ “มาตรการที่จำเป็น” หากผู้ประท้วงไม่ยอมออกจากบริเวณที่ชุมนุมภายในวันพุธนี้

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เตือนให้ผู้ประท้วงยอมรับแผนปรองดองที่ได้เสนอไว้ตั้งแต่สัปดาห์ก่อน และเตือนผู้ประท้วงว่าไม่มีการเพิ่มข้อต่อรองใดๆอีก

“พวกเขาต้องยุติการประท้วง” นายอภิสิทธิ์กล่าว ” ประชาชนประสบปัญหาพอแล้ว”

เมื่อไม่กี่วันนี้ทั้งสองฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงใน ส่วนเรื่องเงื่อนเวลาในการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นข้อตกลงที่ไ้ด้รับข้อยุติกันเป็นส่วนใหญ่ไปแล้ว แต่เมื่อวันอังคารผู้ประท้วงได้ยืนยันในประเด็นที่จะต้องมีผู้รับผิดชอบการ สลายมวลชนซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 25 ราย

ผู้ประท้วงกล่าวว่าพวกเขาไม่พอใจที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ไปรายงานตัวที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) แต่ผู้ประท้วงหรือคนเสื้อแดงยืนยันว่านายสุเทพ จะต้องไปรายงานตัวกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง

นายแพทย์ เหวง โตจิราการ หนึ่งในแกนนำผู้ชุมนุมกล่าวว่า “เรามีเพียงเงื่อนไขเดียว คือนายสุเทพจะต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม หากนายสุเทพถูกตำรวจเรียกตัวไปเมื่อไหร่ พวกเราก็จะไปเมื่อนั้น”

ดูเหมือนว่าข้อถกเถียงที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็น ว่าการบรรลุถึงข้อตกลงเป็นไปได้ยากขึ้น เนื่องจากมีการแตกแยก ความกังขา และความยากลำบากในกลุ่มแกนนำเสื้อแดง มีแกนนำหลายรายที่มีความทะเยอทะยานทางการเมือง และต้องการไปจากกรุงเทพเมื่อได้รับชัยชนะอย่างชัดแจ้งเท่านั้น

แกนนำเสื้อแดงกำลังถูกกดดันจากปีกสุดขั้วที่ ต้องการให้มีการประท้วงปิดย่านศูนย์การค้ากลางกรุงเทพต่อไป ความตึงเครียดระหว่างแกนนำในเรื่องว่าจะยุติการชุมนุมหรือไม่ ทำให้มีการแตกออกเป็นขั้ว ผู้นำการชุมนุมอย่างนายวีระ มุสิกพงศ์ ถึงกับหายตัวไปจากการชุมนุมอย่างเงียบๆ เขาไม่ได้ปรากฎตัวต่อสาธารณะมาอย่างน้อยสองวัน ในขณะที่แกนนำรายอื่นก็ตอบไม่ได้ว่าเขาหายตัวไปไหน

“ถ้าคุณหาตัวเขาเจอ ก็บอกด้วยว่าผมกำลังหาเขาอยู่เหมือนกัน” อดิศร เพียงเกษ หนึ่งในแกนนำพูดแกมขำ “ผมก็บอกคุณได้แค่นั้นแหละ”

ในขณะที่ฝ่ายรัฐบาลก็ตกอยู่ใต้แรงกดดันเช่นกัน ทั้งจากในพรรคร่วมรัฐบาล และกลุ่มนิยมกษัตริย์ที่ต้องการให้นายอภิสิทธิ์ ใช้แนวทางเด็ดขาดกับผู้ชุมนุม พวกนิยมกษัตริย์หลายคนมองบรรดาผู้ประท้วง ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงพลังของฐานคะแนนเสียง ในฐานะภัยคุกคามต่อพระราชอำนาจ

กลุ่มเสื้อแดงเกิดจากการรวมตัวของฝ่ายคัดค้าน การรัฐประหารในปี 2549 ซึ่งโค่น พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร มหาเศรษฐีพันล้านซึ่งต่อมาเป็นนายกรัฐมนตรีลงจากอำนาจ การประท้วงได้รับการสนับสนุนจากคนจนทั้งในเมืองและในชนบท โดยเฉพาะจากแถบอีสานซึ่งเป็นบริเวณที่เพาะปลูกข้าวไม่ค่อยได้ผล ทำการชุมนุมต่อเนื่องมาตลอดกว่าสามปีครึ่ง

แม้ว่าการประท้วงดูจะยุติลงในอีกไม่กี่วันข้าง หน้า แต่ก็มีคนเสื้อแดงนับพันๆ เดินทางจากอีสานเข้ามาในกรุงเทพฯ แสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่ยอมยุติการประท้วงโดยง่าย